“ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลงในตราสารระยะยาว”

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทยสัปดาห์นี้ (19 – 23 ก.ค. 64)สัปดาห์ก่อนหน้า (12 – 16 ก.ค. 64)เปลี่ยนแปลง (%)สะสมตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค. – 23 ก.ค. 64)
มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ – Outright Trading (ล้านบาท)373,005.23374,891.92-0.50%9,271,284.01
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท)74,601.0574,978.38-0.50%68,676.18
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index)112.80112.040.68% 
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price index)105.63105.64-0.01% 
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –%
ช่วงอายุของตราสารหนี้1 เดือน6 เดือน1 ปี3 ปี5 ปี10 ปี15 ปี30 ปี
สัปดาห์นี้ (23 ก.ค. 64)0.360.460.480.580.811.602.042.47
สัปดาห์ก่อนหน้า (16 ก.ค. 64)0.360.450.480.560.821.662.172.64
เปลี่ยนแปลง (basis point)   0   1   0   2   -1   -6   -13   -17

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (19 – 23 กรกฎาคม 2564)

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 373,005.23 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 74,601.05 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 1% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 58% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 215,997 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 70,605 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 26,553 ล้านบาท หรือคิดเป็น 19% และ 7% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB246A (อายุ 2.9 ปี) LB28DA (อายุ 7.4 ปี) และ LB31DA (อายุ 10.4 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 11,605 ล้านบาท 8,100 ล้านบาท และ 7,925 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด รุ่น TUC22OA (Non-Rated) มูลค่าการซื้อขาย 3,677 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รุ่น TRUE232A

ที่มา: โอกิลวี่ ประเทศไทย